BIOKASETPAN UPDATE

รากพืช แต่ละประเภทที่ควรรู้


  • Date 06 Jun 2026

ประเภทของรากพืช" แบ่งตามกำเนิดและหน้าที่สำคัญที่ควรรู้
ราก (Root) คืออวัยวะที่สำคัญยิ่งของพืช โดยทั่วไปรากจะมีลักษณะเด่นคือ ไม่มีข้อ ปล้อง ตา และใบรากส่วนใหญ่จะเจริญเติบโตลงสู่ดินตามแรงดึงดูดของโลก (Positive Geotropism) หน้าที่หลักของรากไม่ใช่เพียงแค่การยึดเหนี่ยวพืชไว้กับดินเท่านั้น แต่ยังมีบทบาทสำคัญในการ ดูดซึมน้ำและแร่ธาตุ รวมถึง ลำเลียงสารอาหาร และ สร้างฮอร์โมน (เช่น ไซโทไคนิน และจิบเบอเรลลิน) เพื่อใช้ในการเจริญเติบโตของส่วนยอดและลำต้น
หากเราพิจารณาตาม จุดกำเนิด (Origin) รากพืชสามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ ดังนี้:
1. รากแก้ว (Tap Root หรือ Primary Root)
รากแก้ว เป็นรากแรกที่งอกออกมาจาก เรดิเคิล (Radicle) ของเอ็มบริโอภายในเมล็ดโดยตรง
  • ลักษณะ: โคนรากมีขนาดใหญ่และค่อยๆ เรียวเล็กลงไปจนถึงปลายรากมีความยาวและแข็งแรงกว่ารากอื่นๆ ในระบบเดียวกัน
  • ความสำคัญ: ทำหน้าที่เป็นเสาหลักที่ช่วยให้พืชทรงตัวอยู่ได้มั่นคงและไม่ล้มง่าย
  • กลุ่มพืชที่พบ: พบใน พืชใบเลี้ยงคู่ (Dicotyledons) และพืชเมล็ดเปลือย (Gymnosperms)สำหรับพืชใบเลี้ยงเดี่ยว รากที่งอกมาครั้งแรกก็เป็นรากระบบนี้เช่นกัน แต่จะมีอายุได้ไม่นานก็เน่าเปื่อยไปและมีรากชนิดอื่นมาแทนที่
  • ตัวอย่างพืช: มะม่วง, ขนุน, มะขาม, สัก, และต้นคูน
2. รากแขนง (Lateral Root หรือ Secondary Root)
รากแขนง คือรากที่เจริญเติบโตแยกออกมาจากรากแก้วอีกทอดหนึ่ง
  • จุดกำเนิด: แตกแขนงออกมาจากเนื้อเยื่อชั้นภายในที่เรียกว่า เพริไซเคิล (Pericycle) ของรากแก้ว
  • ลักษณะ: มักงอเอียงลงในดินหรือเจริญขนานไปกับพื้นดิน และสามารถแตกแขนงออกเป็นทอดๆ ได้เรื่อยๆ เพื่อเพิ่มพื้นที่ในการหาอาหารและดูดซึมสารอาหารในดินได้มากขึ้น
3. รากวิสามัญ หรือ รากพิเศษ (Adventitious Root)
คือรากที่ ไม่ได้เกิดจากเรดิเคิลหรือรากแก้ว โดยตรง แต่เป็นรากที่งอกออกมาจากส่วนอื่นๆ ของพืชเพื่อตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมหรือทำหน้าที่เฉพาะอย่าง โดยสามารถแบ่งตามหน้าที่พิเศษได้ดังนี้:
  • รากฝอย (Fibrous Root): เป็นรากเส้นเล็กๆ ที่มีขนาดโตสม่ำเสมอกัน งอกเป็นกระจุกรอบโคนต้นแทนรากแก้วที่ฝ่อไป พบมากใน พืชใบเลี้ยงเดี่ยว เช่น รากข้าว, ข้าวโพด, หญ้า และมะพร้าว
  • รากค้ำจุน (Prop Root): งอกออกจากข้อของลำต้นที่อยู่เหนือดินแล้วพุ่งลงดิน เพื่อช่วยพยุงลำต้นไม่ให้ล้มง่าย เช่น รากโกงกาง, ข้าวโพด และลำเจียก
  • รากเกาะ (Climbing Root): แตกออกจากข้อของลำต้นแล้วไปเกาะตามหลักหรือต้นไม้อื่น เพื่อชูลำต้นขึ้นที่สูงให้ได้รับแสงแดด เช่น รากพริกไทย, พลูด่าง และกล้วยไม้
  • รากสังเคราะห์แสง (Photosynthetic Root): รากที่มีสีเขียวของคลอโรฟิลล์เนื่องจากอยู่เหนือดินและทำหน้าที่สร้างอาหาร เช่น รากกล้วยไม้ และรากไทรที่ห้อยในอากาศ
  • รากหายใจ (Respiratory Root หรือ Pneumatophore): รากที่แทงปลายขึ้นมาเหนือดินหรือน้ำเพื่อรับออกซิเจน พบในพืชป่าชายเลน เช่น รากแสม และลำพู
  • รากกาฝาก (Parasitic Root): รากของพืชที่เป็นปรสิตซึ่งแทงเข้าไปในลำต้นพืชอื่นเพื่อแย่งอาหาร เช่น รากต้นกาฝาก และฝอยทอง
  • รากสะสมอาหาร (Storage Root): รากที่ขยายขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อสะสมแป้ง น้ำตาล หรือโปรตีน ที่เรามักเรียกว่า "หัว" เช่น แครอท, ผักกาด, มันเทศ, มันสำปะหลัง และกระชาย
  • พูพอน (Buttress Root): รากที่ขยายเป็นแผงแบนๆ คล้ายปีกบริเวณโคนต้น ช่วยเสริมความแข็งแรงให้ไม้ใหญ่ในพื้นที่ดินตื้นหรือดินเลน
--------------------------------------------------------------------------------
   การเข้าใจถึงประเภทและจุดกำเนิดของรากพืชช่วยให้เราเข้าใจถึงกลไกการเอาตัวรอดและการเจริญเติบโตของพรรณไม้แต่ละชนิดได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นพืชที่ต้องการความมั่นคงสูงจากรากแก้ว หรือพืชที่ต้องการการปรับตัวพิเศษผ่านรากวิสามัญชนิดต่างๆ
 
รากที่แข็งแรงเริ่มต้นจากวัสดุปลูกที่ดี
BIOKASETPAN CO., LTD.
Healthy Roots Begin with Quality Growing Media
ครบเครื่องเรื่องวัสดุปลูก สำหรับทุกการเติบโต
???? Tel: 061-303-0088
???? LINE: @biokasetpan